ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะจัดบทความนี้ไว้ในหมวดไหน เพราะเป็นเรื่องกีฬา…ก็ควรจะอยู่ในเรื่องทั่วไป แต่ก็ไม่พ้นมีเรื่องรถมาเกี่ยวข้องจนได้ จะไม่เอาเข้าหมวดก็ยังไงอยู่ สุดท้ายก็เลยเอาเข้ามันหมดเลยอย่างที่เห็นเนี่ยแหละ
หลายคนพอจะทราบกันแล้วว่ากีฬาที่เกี่ยวข้องกับรถนั้นมีหลายรายการมาก ถ้าพูดถึงแรลลี่…ลิสบอน-ดาการ์แรลลี่คงเป็นชื่อแรกที่คนนึกขึ้นในหัวเลยล่ะ ถ้าพูดถึงมอเตอร์ไซค์…หนีไม่พ้น Moto GP แน่นอน แล้วถ้าพูดถึงการแข่งรถยนต์ทางเรียบที่เร็ว แรง และมันส์พะยะค่ะที่สุดล่ะ…ผมกำลังจะพูดถึง Formula One คับ
F1 เป็นรายการที่อาจจะไม่เก่าแก่ แต่ก็เป็นรายการหนึ่งที่ถือว่ามีผู้คนติดตามมาตลอด เพราะนอกจากจะเป็นการดวลกันตัวต่อตัวของนักขับแล้ว ยังเป็นการแข่งขันทางด้านเทคโนโลยีของผู้สร้างด้วย รวมทั้งการวางแผนกลยุทธ์ในการแข่งขัน ที่เป็นสีสันอีกอย่างหนึ่งในการแข่งขันด้วย
F1 ในปีนี้ได้เปิดฤดูกาลไปแล้วตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม จนถึงวันที่เขียนเรื่องนี้ก็ผ่านไป 6 สนามแล้ว ปีนี้ต้องถือว่าเป็นปีที่น่าติดตามมากๆ เพราะเป็นการแข่งขันแบบไร้แต้มต่อระหว่าง Ferrari กับ McLaren หลังจากที่ปีที่แล้ว McLaren เสียค่าโง่อย่างแรง ถูกตัดสิทธิ์การชิงแชมป์ประเภทผู้สร้างทั้งๆ ที่มีคะแนนนำมาตลอด ต้นเหตุก็เพราะเจ้าหน้าที่ของ McLaren ดันไปครอบครองเอกสารลับของ Ferrari ทำให้คดีถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาล นอกจากนั้นยังชวดแชมป์ประเภทนักขับในสนามสุดท้ายอย่างน่าเสียดาย เพราะนักแข่งทั้งสองคนในทีมไม่กินเส้นกันเอง ปีนี้ McLaren เก็บความแค้นมาเต็มที่เพื่อประมือกับ Ferrari ที่พัฒนาขึ้นไปอีกก้าวแล้ว จะสนุกแค่ไหนต้องติดตามคับ
เรื่องของ F1 นั้นมีหลายเรื่องที่น่าสนใจ แต่เรื่องที่ผมหยิบมาเสนอก่อนในวันนี้คือเรื่องของสนามแข่งคับ การแข่งขัน F1 หนึ่งฤดูกาลจะเริ่มตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม แล้วไปสิ้นสุดในต้นเดือนพฤศจิกายน ใช้สนามทั้งหมด 18 สนาม รวมระยะทางทั้งสิ้นก็ 3214 ไมล์คับ ไปรู้จักกับทุกสนามเลยดีกว่า (คลิ๊กที่รูปเพื่อดูรูปขนาดใหญ่กว่านี้ได้คับ)
ในปี 2008 การแข่งขัน F1 สนามแรกเริ่มต้นที่ Melbourne, Australia คับ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนได้ใจ และน่าจะเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดพอสมควรเนื่องจากทุกทีมก็อยากจะประเดิมสนามให้มันสวยหรูกันหน่อยล่ะ
หลังจากนั้นก็จะมาแข่งกันที่ Sepang ในมาเลเซีย ที่นี่อุณหภูมิสูงมากๆ คับ (ใกล้เคียงกับที่ไทยเลยแหละ…อาจจะสูงกว่าซะด้วยซ้ำ) ถ้าดูรูปแบบสนามดีๆ จะเห็นว่าสนามนี้ประกอบด้วยทางตรงและโค้งตัว s เป็นส่วนใหญ่
สนามที่ 3 ที่บาห์เรน แข่งกันกลางทะเลทราย…ทำให้หลายทีมประสบปัญหากับอากาศมากเลย นอกจากนั้นสนามนี้ยังมีโค้งความเร็วช้าจำนวนมากอยู่เหมือนกัน ทำให้หลายทีมต้องละเอียดกับการใช้ยางมากเป็นพิเศษคับ
สนามต่อไปข้ามกลับมาแข่งที่ยุโรปกันบ้าง สนามนี้จะเว้นระยะเวลาห่างจากสนามแรกประมาณเกือบสามสัปดาห์ ทำให้ทุกทีมได้ปรับแต่งรถกันเต็มที่ ว่ากันว่าผลจากสนามนี้เป็นตัวบ่งชี้ผลงานที่เหลือในฤดูกาลได้เลย
สนามที่ 5 แข่งที่ Istunbul, Turkey โค้งปราบเซียนของที่นี่คือโค้งหมายเลข 8 คับ นอกจากนั้นสนามนี้ยังเป็นครั้งแรกในฤดูกาลที่วิ่งทวนเข็มนาฬิกา เหมาะสำหรับคนถนัดขับพวงมาลัยซ้าย
สนามที่ 6 ต้องบอกว่เป็นสนามที่ผมชอบมากๆ และตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ดูการแข่งขัน นี่คือสนามที่มีวิวข้างทางสวยที่สุด เพราะมันคือการปิดถนนในเมืองสุดไฮโซอย่าง Monte’ Carlo เพื่อแข่งรถโดยเฉพาะ ทางแข่งค่อนข้างแคบ จึงไม่แปลกเลยที่จะเห็นรถปีนขอบถนนกันบ่อยครั้ง
สนามที่ 7 ข้ามไปแข่งที่แคนาดา เป็นสนามลงเนินแห่งแรกของฤดูกาล แม้จะไม่ชันมากนักแต่ก็ต้องใช้เบรกช่วยตลอดเวลา
สนามที่ 8 ที่ฝรั่งเศส ที่นี่ถือเป็นสนามเหย้าของทีม Renault ทำให้ทีมกดดันพอสมควร ที่น่าสนใจก็คือ Fernando Alonso นักขับมือหนึ่งของทีมนั้นไม่เคยได้แชมป์ที่นี่เลย
สนามที่ 9 เป็นสนามที่หลายๆ คนคุ้นกันดี นั่นคือสนาม Silverstone เป็นสนามที่ใช้ความเร็วสูงกันได้เต็มที่ จึงเหมาะสำหรับรถที่มีความมั่นคงสูงอย่าง Ferrari กับ McLaren
สนามที่ 10 แข่งที่เยอรมัน ที่น่าแปลกอยู่อย่างหนึ่งก็คือเจ้าภาพเลือกที่จะใช้สนาม Hockenheim แทนที่จะเป็นสนามชื่อดังอย่าง Nurburgring ทำให้การแข่งไม่ตื่นเต้นมากนัก
สนามที่ 11 ที่ฮังการี เปรียบได้เหมือนกับโมนาโกที่ไม่มีกำแพงยางมาเกะกะ โค้งคดเคี้ยวก็จริง แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นความสุดยอด
สนามที่ 12 เป็นสนามใหม่คับ อยู่ที่ Valencia แต่ถือว่าเจ้าภาพคือกลุ่มสหภาพยุโรป หรือ EU เป็นเจ้าภาพร่วมกัน บรรดาทีมต่าง ๆได้มาทดสอบสนามกันตั้งแต่เดือนมกราคม และให้นิยามสนามนี้ว่าโมนาโกที่มีความปลอดภัยมากขึ้น
สนามที่ 13 ในเบลเยี่ยม เป็นหนึ่งในสนามที่นักแข่งหวาดกลัวมากที่สุด มีจุดอันตรายหลายจุดที่นักแข่งต้องใช้สมาธิให้ดี
สนามที่ 14 ในอิตาลี…บ้านของทีม Ferrari สนามนี้เป็นสนามลงเนิน ทำให้รถต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือสำหรับการลงเนิน น่าสนใจที่ว่าในปีนี้มีการห้ามใช้ระบบแทร็กชั่นคอนโทรล คงต้องมีการสไลด์หลุดเส้นทางให้เห็นกันบ้างล่ะ
สนามที่ 15 ในสิงคโปร์ เป็นสนามใหม่อีกเช่นกัน ที่น่าสนใจยิ่งไปอีกคือเป็นการแข่ง F1 ตอนกลางคืนครั้งแรก รูปทรงของสนามน่าสนใจมาก และหวังว่าไฟคงไม่ดับระหว่างการแข่งล่ะ
สนามที่ 16 ที่ญี่ปุ่น ทุกทีมมักเจอปัญหาใหญ่ที่นี่เสมอ…นั่นคือฝน ยิ่งในปีนี้ไม่มี TC ด้วยแล้ว การควบคุมรถคงเป็นเรื่องที่หินมากขึ้นอีก
สนามรองสุดท้ายที่เซี่ยงไฮ้ เป็นสนามที่คนดูแน่นขนัดทุกครั้ง ปีที่แล้ว Lewis Hamilton ทำพลาดในการแข่งครั้งนี้…น่ายินดีที่การพลาดของเขามีสักขีพยานหลายคนเลยล่ะ
และ F1 จะไปปิดฤดูกาลที่บราซิล สนามนี้เป็นสนามที่ยิ่งใหญ่อีกสนามหนึ่ง มีการชนกันเกิดขึ้นหลายครั้ง ที่น่าสนใจก็คือ Felipe Massa มักจะทำได้ดีในการแข่งที่บ้านเกิดของเขา ถ้าเขามีคะแนนในอันดับที่ดีล่ะก็…ยกแชมป์สนามนี้ให้เขาไปเหอะ
อาจจะดูว่าเป็นการแข่งที่ยาวนาน เพราะแข่งกันถึง 18 สนามแน่ะ…แต่ที่จริงกินเวลาแค่ 8 เดือนเท่านั้น เวลาที่เหลือก็เป็นช่วงเวลาแห่งการพัฒนารถของแต่ละทีมกันล่ะ
คราวหน้า…ยังไม่บอกดีกว่าว่าจะเขียนอะไรเกี่ยวกับ F1 อีก แต่ใบ้ตัวเลขไว้ให้ล่ะกัน ครั้งนี้เขียนตัวเลข 3214 ไปแล้ว…ครั้งหน้าขอเขียนเกี่ยวกับตัวเลข 19000 ล่ะกันนะ


















น้ำมันแพงก็ยังจะเเข่งกันอีกเนอะ
By: pizzip on มิถุนายน 2, 2008
at 1:46 am